ถ้ารู้สึกแปลกๆ เวลาสวดมนต์ ให้ทำแบบนี้

ถ้ารู้สึกแปลกๆ เวลาสวดมนต์ ให้ทำแบบนี้

เวลาสวดมนต์จนจิตเข้าสู่สมาธิขั้นอุปจาระสมาธิ อาการคล้ายเคลิ้มหลับ และจะเห็นอะไรที่อยู่คนละมิติ ถ้าจิตเ ข้ ม แ ข็ ง จะถามและตอบได้ในตัวเองว่าสิ่งที่เห็น นี้คืออะไรเพราะบางครั้งสิ่งที่เห็น ก็ไม่ใช่เรื่องจริง

จิตจึงต้องถามว่าใคร อะไร มาทำมัย มันจะมีคำตอบของมันเอง ตัวเองรู้เอง คนอื่นถ้าเขายังมาไม่ถึงจุดนี้ เขาก็ตอบคุณไม่ได้เช่นกัน ถ้าคุณสังเกตุให้ดี อาการนี้ จะคล้าย กับอาการก่อนที่เรานอนหลับ

คือมันจะค่อยสงบลงๆๆ ระยะสงบก่อนที่จะตัดหลับสนิทนั้นแหละ บางครั้งเหมือนเราเห็นอะไรต่อมิอะไร เยอะแยะ แต่จิตไม่ผ่านการทำสมาธิมา มันก็ไม่ไปรับรู้ตรงอาการเห็น แต่ที่คุณสวดมนต์ นั้นคือ

การทำสมาธิและจะเก ิດ อาการ เหมือน เปลือกตาหนัก คล้ายง่วงแต่มันคืออาการของจิตที่รวมตัว เพื่อเข้าสู่ขั้นอุปจาระสมาธิ ขณะแผ่เมตตาไปเรื่อย นั้นแหละจิตเข้าตรงจุดนั้น

และหยุด ลงเมื่อคุณ แผ่เสร็จ ระยะเวลาจะไม่นาน ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่จะดียิ่งขึ้นก่อนสวดมนต์ต้องสมาทานก ร ร มฐาน เพื่อจิตเราจะเข้าสมาธิขั้นได้ขั้นหนึ่ง ชึ่งเป็นเรื่องไม่แน่

และขณะอยู่ในสมาธิ อ ย่ าพยามฝืนออกจากสมาธิเองควรปล่อย ให้จิตตัดออกจากสมาธิ คือจะมีอาการคล้ายกับเราตื่นนอนขึ้นมา *ถ้าคุณฝืนออกจากสมาธิเองสังเกตุได้ เปลือกตๅ ยังหนัก

ไม่ยากเลิกแต่จำเป็นต้องเลิก *ตรงนี้ จะมีอาการ ป ว ดหัวตามมาในภายหลังชึ่งเป็นเรื่องอันตราย ถ้าไม่รู้ทัน สิ่งที่คุณเห็นนั้นคือเรื่องจริงผ ี เขารู้ว่าคุณมี บุญ

จากการสวดมนต์ และจิตคุณสามารถ รับการสื่อส า รกับเขาได้ เหมือนคลื่นวิทยุจูนตรงกัน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน บอกว่าผ ี จะมาขอกับคนที่มีบุญให้เขาได้เท่านั้น

กับคนที่ไม่มีบุญ ผ ีไม่มาให้เ สี ยเวลาหรอก เพราะกว่าผ ี จะรวมพลังให้ติดต่อเราได้ เป็นเรื่องลำบๅ กของผ ี *และบางคนเห็นแล้วຕกใจไม่ได้ให้บุญก็เ สี ยเวลาเปล่า

ผ ีบางตัวก็ร้องไห้กับไป การเห็นเมื่อไหร่ให้อุทิศภาษาไทย ง่าย ว่าบุญที่เราทำมาดีขออุทิศให้ท่านจงโมทนาไม่ต้องกล่าวบาลี อะไรทั้งนั้น ต้องเร็วด้วยเพราะไม่งัน้ผ ีจะสลๅยไปจาก สายตาเรา หลวงพ่อท่านสอนลูกหลานแบบนี้ ค่ะ