Home ธรรมะ ทำบุญ ไปทำไม เหตุแห่งบุญที่คุณอาจยังไม่รู้

ทำบุญ ไปทำไม เหตุแห่งบุญที่คุณอาจยังไม่รู้

0 second read
0
0

ทำบุญ ไปทำไม เหตุแห่งบุญที่คุณอาจยังไม่รู้

มีคำถามนี้เข้ามาถาม ต้องบอกว่าเป็นคำถามที่ดีมากๆ เหมือนกับคำถามที่ว่า เราเกิดมาทำไม

มาพิจารณาคำถามแรกก่อนว่า ทำบุญ ไปทำไม

คนที่นับถือศาสนาพุทธและคนไทยเกือบทุกคนคุ้นเคยกับการทำบุญ และทำบุญด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

และแต่ภูมิธรรมของตน แล้วแต่บุญบารมีของตนที่มีติดตัวมาในชาตินี้

บางคนเกิดมายากจน มีอุปสรรคมากมาย มีแต่เรื่องร้ า ยๆ ย่อมหวังถึงผลบุญจะบันดาลสุขเบื้องต้น ให้ได้พบสุขบ้าง เรื่องนี้ไม่ผิ ดแต่ประการใด

บางคนเกิดมามีฐานะ หรือมีปัญญาธรรมมาก ทำบุญเพื่อรบกับกิเลสของตนด้วยความเสียสละสิ่งของ เงินทองความรู้

เพื่อตัดกิเลส ตัดความตระหนี่ ความโลภ ตัวกูของกูลง เรื่องนี้ไม่ผิ ดแต่ประการใด

บางคนเกิดมาฐานะร่ำรวย มีปัญญามากหรือแม้แต่จน หรือมีฐานะปานกลาง ทำบุญเพื่อหวังสงเคราะห์คนอื่นด้วยใจบริสุทธิ์

ด้วยบุญบริสุทธิ์ไม่หวังสวรรค์วิมานในภพต่อไป ทำเพื่ออยากเห็นคนอื่นพ้นทุ กข์ เรื่องนี้ไม่ผิ ดแต่ประการใด

บางคนเกิดมาเพื่อสะสมบุญบารมี เป็นไปตามจิตอธิษฐานจะเป็นพุทธภูมิ สาวกภูมิ สร้างวัดวาอาราม สิ่งที่อำนวยประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา

แก่ประโยชน์ส่วรร่วม หรือมุ่งบำเพ็ญเจริญภาวนาไม่หยุดหย่อน ปิดบาปทั้งปวง เรื่องนี้ไม่ผิ ดแต่ประการใด

บุญที่ทำนั้น ทำไปทำไม ตอบง่ายๆ สั้นคือ ทำแล้วดีกับตนเอง ทำแล้วดีต่อผู้อื่น ทำแล้วเกิดประโยชน์ถือว่าดีทั้งสิ้น

ทำบุญแล้วสบายใจ ไม่เหมือนทำบาปเมื่อทำแล้วถึงจะปิดซ่อนเร้นอย่างไรก็มีแต่ทุ กข์ใจ ทุ กข์กาย

และกฏแห่งก รรมถึงใครจะไม่เชื่อหรือเชื่ออย่างไร ก็คงทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง ทำดีต้องได้ดี ทำบุญต้องได้บุญ

ทำบุญแล้วชีวิตต้องดีเพราะผลบุญส่งผล บุญและบาปคือก รรมหรือการกระทำ บุญหรือบาปจะส่งผลก่อนกัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของก รรมว่า

บุญหรือบาปเราทำแบบไหนมากกว่ากัน ส่งผลให้คนอื่นแบบไหนมากกว่ากันและมีเวลาส่งผลตามลำดับตามหน้าที่ของก รรมด้วย

ก่อนจะจบบทนี้ของเมตตาหลวงปู่มั่น พระอริยเจ้า ขอยกเมตตาธรรมของท่านมาให้กัลยาณมิจร กัลยาณธรรมได้อ่านได้พบเห็นกัน

ถึงประโยชน์คือการสร้างทาน ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของการสร้างบุญที่ถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในเรื่องบุญกิริยาวัตถุ 10

“ทานคือเครื่องแสดงน้ำใจของมนุษย์ผู้มีจิตใจสูง ผู้มีเมตตาจิตต่อเพื่อนมนุษย์และสั ตว์ผู้อาภัพ ด้วยการให้ทานเสียสละแบ่งปันมากน้อยตามกำลังของวัตถุ

เครื่องสงเคราะห์ที่มีอยู่ จะเป็นวัตถุทาน ธรรมทาน หรือวิทยาทานแขนงต่างๆ ก็ตาม ที่ให้เพื่อสงเค ราะห์ผู้อื่นโดยมิหวังค่าตอบแทนใดๆ

นอกจากกุศลคือความดีที่เกิดจากทานนั้น ซึ่งจะเป็นสิ่งตอบแทนให้เจ้าของทานได้รับอยู่โดยดีเท่านั้น ตลอดอภัยทานที่ควรให้แก่กัน

ในเวลาอีกฝ่ายผิ ดพลาดหรือล่วงเกิน คนมีทานหรือคนที่เด่นในการให้ทานย่อมเป็นผู้สง่าผ่าเผยและเด่นในปวงชน

ผู้เช่นนี้มนุษย์และสั ตว์ตลอดเทวดาก็เคารพรัก จะตกทิศใดแดนใดย่อมไม่อดอยากขาดแคลนหากมีสิ่งหรือผู้อุปถัมภ์จนได้ไม่อับจนทนทุ กข์

แม้ในแดนมนุษย์เรานี้ก็พอเห็นได้อย่างเต็มตารู้ได้อย่างเต็มใจว่า ผู้มีทานเป็นเครื่องประดับตัวย่อมเป็นคนไม่ล้าสมัยในสังคม และบุคคลทุกชั้นไม่มีใครรังเกียจ

อำนาจทาน ทำให้ผู้มีใจบริจาคเกิดความเคยชินต่อนิสัยจนกลายเป็นผู้มีฤทธิ์ บันดาลไม่ให้อดอยากในภพที่เกิด กำเนิดที่อยู่นั้นๆ

ฉะนั้นทานและคนที่มีใจเป็นนักให้ทานเสียสละ จึงเป็นผู้ค้ำจุนโลกให้เฟื่องฟูตลอดไป โลกที่มีการสงเคราะห์กันอยู่ ยังจัดเป็นโลกที่มีความหมายตลอดไป

ทานจึงเป็นสาระสำคัญสำหรับตัวและโลกทั่วๆ ไป ผู้มีทานย่อมเป็นผู้อบอุ่นและหนุนโลกให้ชุ่มเย็น ไม่เป็นบุคคลและโลกที่แห้งแล้งแข่งกับทุ กข์ตลอดไป”

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ธรรมะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

4 วันเกิดนี้เร่งทำบุญด่วน ด ว งเปลี่ยนได้โชคถูกหวยร ว ยไม่รู้ตัว หมอดังเผย

4 วันเกิดนี้เร่งทำบุญด่วน ด ว งเปลี่ยนได้โชคถูกหวยร ว ย … …