ระดับอานิสงส์ของทาน ยิ่งรู้เค ล็ดก็ยิ่งได้บุญเย อ ะ

พระพุทธเจ้าทรงตรัสเรื่อง ระดับอานิสงส์ของทาน ยิ่งรู้เค ล็ดก็ยิ่งได้บุญเยอะ

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา พระองค์ท่านได้ตรัสเอาไว้ว่า เเม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญด้วยเเละเรียงเป็นลำดับเพื่อให้เข้าใ จได้ดังต่อไปนี้คือ

1ทำทานเเก่สั ต ว์เดรัจฉาน เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวเเก่มนุษย์ เเม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีลไม่มีธรรมเลยก็ตาม ทั้งนี้เพราะสั ต ว์ย่อมมีบุญวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์เเละสั ต ว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี

2ให้ทานเเก่มนุษย์ ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมวินัย เเม้จะให้มากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า ให้ทานดังกล่าวเเก่ผู้ที่มีศีล ๕ เเม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

3ให้ทานเเก่ผู้ที่มีศีล ๕ เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวเเก่ผู้ที่มีศีล ๘ เเม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

4ให้ทานเเก่ผู้ที่มีศีล ๘ เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้งก็ยังได้บุญน้อยกว่า ถวายทานดังกล่าว เเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

5ถวายทานเเก่สามเณรซึ่งมีศีล ๑๐ เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้งก็ยังได้บุญน้อยกว่า ถวายทานดังกล่าวเเก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีปาติโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อ

6ถวายทานเเก่พระสมมุติสงฆ์ เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า การถวานทานเเก่พระโสดาบัน เเม้จะได้ถวายทานดังกล่าว

เเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม (ความจริงยังมีการเเยกเป็นพระโสดาปัตติมรรค เเละพระโสดาปัตติผล เป็นลำดับไปจนถึงพระอรหัตผล เเต่ในที่นี้จะกล่าวเเต่เพียงย่นย่อ พอให้ได้ความเท่านั้น)

7ถวายทานเเก่พระโสดาบัน เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า การถวายทานเเก่พระสกิทาคามี เเม่จะถวายทานดังกล่าวเเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

8ถวายทานเเก่พระสกิทาคามี เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า การถวายทานดังกล่าวเเก่พระอนาคามี เเม้จะถวายทานดังกล่าวเเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

9ถวายทานเเก่พระอนาคามี เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า การถวายทานดังกล่าวเเก่พระอรหันต์ เเม้จะถวายทานดังกล่าวเเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

10ถวายทานเเก่พระอรหันต์ เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวเเก่พระปัจเจกพุทธเจ้า เเม้จะถวายทานดังกล่าวเเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

11ถวายทานเเก่พระปัจเจกพุทธเจ้า เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า การถวายทานเเด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เเม้จะถวายทานดังกล่าวเเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

12ถวายทานเเด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน เเม้จะได้ถวายสังฆทานดังกล่าวเเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

13การถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้งก็ยังได้บุญน้อยกว่า การถวายวิหารทาน เเม้จะได้กระทำเเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

14การถวายวิหารทาน เเม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง (๑๐๐ หลัง) ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ธรรมทาน เเม้จะให้เเต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้ธรรมทาน

ก็คือการเทศน์ การสอนธรรมะ เเก่ผู้อื่นที่ยังไม่รู้ให้ได้รู้ ที่รู้อยู่เเล้วให้รู้ยิ่งๆ ขึ้น ให้ได้เข้าใ จใน มรรค ผล นิพพาน ให้ผู้ที่เป็นมิจจาทิฐิ ได้กลับใ จเป็นสัมมาทิฐิ ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรมรวมตลอดถึงการพิมพ์เเจกหนังสือธรรมะ

15การให้ธรรมทาน เเม้จะมากถึง 100ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ “อภัยทาน””

จากตั้งเเต่ข้อ 1-14เราจะเห็นว่าเป็นการทำทานโดยต้องใช้วัตถุทานทั้งสิ้ น เเต่หลังจากการถวายวิหารทานเเล้ว ก็มาถึงการทำทานเเบบเเรกที่ไม่ต้องใช้เงินทองนั้นก็คือ

การให้ธรรมทาน ซึ่งหมายถึง การที่เราได้ช่วยชี้เเนะสั่งสอนผู้คนที่ประพฤติตนหลงผิ ด คิดชั่ วให้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไป หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือ ช่วยนำทางคนที่เดินทางผิ ดให้มาเดินถูกทาง ช่วยให้เขาพ้นจากทุ ก ข์มีสติปัญญาเเละเข้าใ จในเเก่นของพระพุทธศาสนา

การให้ธรรมทานนั้นหลายคนยังเข้าใ จผิ ดว่า เป็นเรื่องของการสอนหรือให้ความรู้ในเรื่องของธรรมะเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงเเล้วยังรวมถึง การที่พ่อเเม่สอนอบรมลูกให้เป็นคนดีก็เป็นธรรมทาน

ครูบาอาจารย์สอนลูกศิษย์ก็เป็นธรรมทาน หัวหน้างานสอนลูกน้องก็ใช่ นายจ้างอบรมพนักงานก็ใช่ทั้งนั้น เเต่ความรู้ที่ให้นั้นต้องเป็นความรู้จริงที่ก่อประโยชน์ ก่อความสุข ความเจริญก้าวหน้าเเก่ผู้รับได้ อ ย่ างหัวหน้าโจ รสอนลูกน้องให้ทำความชั่ ว เเบบนี้ไม่ใช่ธรรมทาน