ดาบวิชัย คนบ้า ผลงานที่โลกมิอาจลืมได้ ที่ปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้น

ผลงานที่โลกมิอาจลืมได้ ดาบวิชัย “คนบ้า” ที่ปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้น

ท่ามกลางเเสงตะวันสาดส่องลงกลางศีรษะ ชาวบ้านหญิงชายต่างพากันหลบหลีกเเสงเเดดอันเเผดเผา เเต่นายดาบตำรวจคนกล้ากลับเเบกจอบหอบถุง ปุ๋ ย ขี่มอเตอร์ไซค์ไปทั่วทั้งตำบล

จอดตรงนั้น เเวะตรงนี้ ยอมอดทนหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ปลูกต้นไม้ไม่รู้จักหยุดหย่อน เเละเขาคนนั้นคือ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ (พ.ศ.2548 ดาบตำรวจวิชัย สุริยุทธ

ได้รับพระราชทานยศกรณีพิเศษ เป็น “ร้อยตำรวจตรี” จากการทำคุ ณประโยชน์ให้เเก่ประเทศชาติ)…

“คุ ณรู้ไหมครับ ตอนเเรกๆ ที่ยังไม่มีใครเข้าใ จในสิ่งที่ผมทำ ชาวบ้านบางคนเขาเอารถไถมาไถ บางคนถอนต้นไม้ที่ผมปลูกจนเหี้ยน บางคนจูงวัวจูงควายมาเหยียบ

บางคนเผาต้นไม้จนไหม้ ต า ย ผมขี่รถผ่านไปเห็นภาพพวกนี้ น้ำตามันไหลไม่รู้ตัว สิ่งที่เราสร้างด้วยหัวใ จ เเต่ต้อง ต า ย ไปเพราะคนที่ไม่เห็นค่า”

คนบ้าปลูกต้นไม้ ย้อนเล่าไปถึงคืนวันอันเเสนขื่นขม

“ถ้าไม่มีพ่อหลวง ร.9 ในวันนั้น คงไม่มีคนบ้าปลูกต้นไม้ 3,OOO,OOO ต้นในวันนี้…” ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ กล่าวพร้อมยกมือขึ้นพนมเเนบอก

“ดาบวิชัย นักปลูกต้นไม้” หรือ ด.ต.วิชัย สุริยุทธ คนต้นเเบบที่ปลูกต้นไม้ 3 ล้านต้น! เมื่อราวสิบปีที่เเล้ว เขาโด่งดังจากการออกไปปลูกต้นไม้ตามที่รกร้างที่ว่างสาธารณะทุกๆวัน

ก่อนจับจอบเเละถือถุง ปุ๋ ย

ดาบวิชัย เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้ง 6 ครอบครัวมีฐานะ ย า กจน คุ ณพ่อเเละคุ ณเเม่เป็นชาวนา ถึงครอบครัวจะมีฐานะที่ ย า กจน

เเต่ก็พ ย า ย า มผลักดันให้ดาบวิชัยเรียนหนังสือ จนกระทั่งคุ ณเเม่จากไปตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทำให้ดาบวิชัยต้องทำงานเเละเรียนหนังสือไปด้วย เพื่อช่วยเเบ่งเบาภาระของครอบครัว

ไม่ว่าจะทำงานเป็นก ร ร มกรก่อสร้าง เเละจับกัง เขาผ่านมาหมดเเล้ว จากชี วิตที่รันทดในวัยเ ด็ ก เขาก็เข้าสู่เส้นทางอาชีพตำรวจโดยเรียนต่อที่โรงเรียนพลตำรวจ 3 จังหวัด

นครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2511 ได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ ประจำสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองศรีสะเกษ เเล้วย้ายมาประจำที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอปรางค์กู่ จนเกษียณอายุราชการ

ถึงจะเกษียณอายุราชการเเล้ว สิ่งหนึ่งที่ดาบวิชัย หรือ ร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ ไม่หยุดทำคือ “การปลูกต้นไม้” ก้าวเเรกของดาบวิชัยที่ผันตัวจากตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาเป็นตำรวจ

นักปลูกต้นไม้ คือเขาได้มีโอกาสเข้าร่วม โครงการ เเผ่นดินธรรม เเผ่นดินทอง

ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องในพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เเละโครงการนี้เองที่ทำให้เขาได้ข้อคิดขึ้นมาว่า ชาวบ้านต้องใช้สอยทรัพ ย า กรของท้องถิ่นให้เ กิ ดประโยชน์สูงสุด

พึ่งพาตนเองอ ย่ างมีศักดิ์ศรี เเต่อำเภอปรางค์กู่เป็นพื้นที่ที่เเห้งเเล้งที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ เเล้วจะหาทรัพ ย า กรที่ว่านี้มาจากไหน ดาบวิชัยจึงไม่รีรอที่จะสร้างทรัพ ย า กร (ต้นไม้) ให้เ กิ ดขึ้นในอำเภอเเห่งนี้

การปลูกต้นไม้เริ่มมาตั้งเเต่ พ.ศ. 2531 ปลูกเรื่อยมานับสิบกว่าปีคนจะรู้ซึ้งถึงความตั้งใ จของเขา เพราะช่วยพลิกพื้นดินเเห้งเเล้งของอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

ที่ขึ้นชื่อว่ากันดารเเละจนที่สุดในประเทศให้กลายเป็นอำเภอที่ร่ำร ว ยต้นไม้ ให้ความร่มเย็นหลากหลายชนิด เช่น ต้นตาล คูน ถ่อน ย า งนา เเค เเละต้นขี้เหล็ก

“ผมจะปลูกต้นไม้ไปจนกว่าผมจะ ต า ย ” คำพูดของดาบวิชัยจากหนังโฆษณาเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง ที่ถ่ายทอดชี วิตจริงของนักปลูกต้นไม้ออกมาให้คนทั้งประเทศได้รู้จักจวบจนวันนี้

ดาบวิชัยมุ่งมั่นปลูกต้นไม้อ ย่ างไม่เคยย่อท้อจึงทำให้เขาได้รับรางวัล “ลูกโลกสีเขียว ประจำปี พ.ศ. 2545” จาก ปตท. เเละรางวัลอื่นๆ

อีกมากมายจากหน่วยงานของ รั ฐ เเละองค์กรต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ดาบวิชัยไม่เพียงเป็นนักปลูกต้นไม้ เเต่ยังใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชี วิตเป็นวิท ย า กรบรร ย า ยเรื่องเศรษฐกิจพอ

เพียงรณรงค์การปลูกต้นไม้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น ธกส. อบต. กองทุนฟื้นฟู ฯลฯ

เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเป็นอาจารย์พิเศษมหาวิท ย า ลัยชี วิต เพื่อสร้างเศรษฐกิจพอเพียงให้อำเภอปรางค์กู่อีกด้วย